ที่ดิน 2 จังหวัด เร่งตรวจสอบแนวปลูกยูคาลิตัส ถมคลองสาธารณะ

หมวดหมู่ : พัทลุง, ทั่วไป,

อ่าน : 264
ที่ดิน 2 จังหวัดเร่งตรวจสอบแนวเขตพื้นที่การปลูกยูคาลิปตัส เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย
ที่ดิน 2 จังหวัด เร่งตรวจสอบแนวปลูกยูคาลิตัส ถมคลองสาธารณะ

พัทลุง-ที่ดิน 2  จังหวัดเร่งตรวจสอบแนวเขตพื้นที่การปลูกยูคาลิปตัส หลังพบการถมที่คลองสาธารณะ  ด้านหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยเผย ก่อนเปลี่ยนแปลงที่ดิน ผู้ถือครองได้ยื่นแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินก่อน แต่ต้องตรวจสอบให้แต่ชัดอีกครั้ง


     จากกรณีมีกลุ่มนายทุนนำรถแบคโฮ จำนวน 6 ตัว เร่งปรับพื้นที่ยกคันดินเพื่อปลูกต้นยูคาลิปตัส โดยปลูกไปแล้วกว่า 300 ไร่ และกำลังดำเนินการขุดอยู่อย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมปลูกยูคาลิปตัสเกือบ 1,000 ไร่ มีการเปลี่ยนแนวทางไหลของน้ำ ทำให้ชาวบ้านที่ทำมาหากินในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง  ผู้เลี้ยงควายน้ำ ได้รับความเดือดร้อน  ด้านตัวแทนนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมออกมาคัดค้านการปลูกยูคาลิปตัสในพื้นที่ดังกล่าว  เนื่องจากการขุดลอกในพื้นที่ชุมน้ำจะกระทบต่อภาวะโลกร้อน  ส่วนใบของยูคาลิปตัสที่มีความร้อนนั้นจะส่งผลต่อสัตว์จำพวกแมลง และสัตว์น้ำ  อันตรายต่อพืชน้ำ  จากนั้นจะส่งผลกระทบต่อชาวประมงในระยะยาว   ในอนาคตหากถึงฤดูน้ำท่วมจะท่วมประมาณ 2 เมตร และท่วมขังเป็นเวลานานแรมเดือน  อันจะทำให้น้ำเสียที่เกิดจากใบยูคาลิปตัสจะไหลลงทะเลสาบสงขลา  ผลที่ตามมาปลาชนิดต่างๆก็สูญพันธุ์และกระทบกับความยั่งยืน  ส่วนเกษตรกรผู้เลี้ยงควายที่เพิ่งได้รับรางวัลให้เป็นมรดกโลกทางเกษตรแรกของประเทศก็จะได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักนั้น


     ความคืบหน้าเรื่องนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนท.เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย เจ้าหน้าที่กอ.รมน.พัทลุง พนักงานที่ดินของ อ.ระโนด  จ.สงขลา พนักงานที่ดินของ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง  และ จนท.สนับสนุนป้องกันและปราบปรามที่  4  ภาคใต้  แกนนำชาวบ้าน  ตัวแทนมูลนิธิชุ่มน้ำทะเลน้อย  และตัวแทนกลุ่มนักอนุรักษ์และสิ่งแวดล้อม  ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเอกสารสิทธิการขุดลอกปลูกต้นยูคาลิปตัสดังกล่าว  ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่าง อ.ระโนด จ.สงขลา กับพื้นที่  อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีการขุดคลองและถมคลองสาธารณะในหลายๆจุด  โดยเจ้าของที่ดินได้นำเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. มายืนยันสิทธิ์ในการถือครองในที่ดินดังกล่าวด้วย ซึ่งการกระทำดังกล่าวน่าจะเป็นการกระทำผิดกฎหมาย  โดยทางเขตห้ามล่าฯได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน  สภ.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน ไปก่อนหน้านี้แล้ว


     ด้าน นายปราโมทย์ แก้วนาม หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย เปิดเผยว่า  ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพดินเพื่อการปลูกต้นยูคาลิปตัสนั้น ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวได้แสดงหลักฐานการถือครองที่ดินที่เป็น นส. 3 ก. ต่อเจ้าหน้าที่แล้ว  ส่วนเอกสารสิทธิ์ดังกล่าวจะถูกต้องโดยกฎหมายหรือไม่นั้น ในขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบแนวเขตเอกสารสิทธิ์ของพนักงานที่ดินของ อ.ระโนด จ.สงขลา พนักงานที่ดินของ  อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และฝ่ายปกครองของทั้ง  2  อำเภอ  หากการถือครองเอกสารสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวทับเขตล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย  ก็จะนำเข้าสู่กระบวนการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ดังกล่าวต่อไป ซึ่งข่าวคืบหน้าจะเสนอไป.








อ่านข่าวที่เกี่ยงข้อง :